English

 

หนังสือพระอาจารย์

คลิ๊กเพื่ออ่านหรือดาวน์โหลด

อริยทรัพย์ ๗ อย่าง

หนังสือเล่มนี้จะเกิดขึ้นได้  ก็เพราะว่าคนเราทั้งหลายส่วนมากยังไม่ได้ศึกษา ไม่เข้าใจในอริยทรัพย์ภายใน จะเข้าใจแต่ทรัพย์ภายนอก  จึงเป็นเหตุที่ทำให้เราปฏิบัติตนเองยังไม่สมบูรณ์ในการดำเนินวิถีชีวิต  จึงได้เขียนหนังสือเล่มนี้ขึ้น  เพื่อพวกเราทั้งหลายจะได้อ่านศึกษา  และนำไปพิจารณาน้อมเข้ามาสู่ตนเอง  แล้วก็จะเข้าใจในทรัพย์ภายนอกมีคุณประโยชน์อย่างไรแก่เรา  และอริยทรัพย์ภายในนั้นก็มีประโยชนและมี์คุณค่าแก่เรา  ทำให้เราได้มีความสุขอย่างไร  จึงหวังว่าผู้ได้อ่านศึกษาหนังสือเล่มนี้แล้ว คงจะได้รับประโยชน์ไม่มากก็น้อย  ตามกำลังสติปัญญาของตน
อาตมาภาพก็ขออวยพรให้ผู้ที่เกี่ยวข้องในการจัดทำหนังสือเล่มนี้ขึ้น  ปรารถนาในสิ่งใดไว้ก็สำเร็จสมความปรารถนา  และขอให้เจริญด้วย อายุ วรรณะ สุขะ พละ ด้วยกันทุกคนเทอญ

คลิ๊กเพื่ออ่านหรือดาวน์โหลด

สัปปุริสธรรม ๗ อย่าง

หนังสือเล่มนี้จะเกิดขึ้นไดนั้น  ข้าพเจ้าได้ศึกษาปฏิบัติธรรมตามหลักคำสั่งสอนทางพระพุทธศาสนาหลายหมวดหลายหมุ่ หลายวรรคตอน และได้มีประสบการณ์ในสถานที่ต่าง ๆ ไปมาหาสู่กับชาวโลกแต่ละประเทศนั้น คนเราอยู่ในโลกนี้ด้วยกัน ก็จะมีนิสัยต่าง ๆ กัน และการชอบ ทำ พูด คิด ต่าง ๆ กัน การกินอยู่หลับนอนก็ต่างกันอีก จึงมีเรื่องขัดข้องทะเลาะวิวาทกันเกิดขึ้น ไม่มีความสงบ ความทุกข์ความเดือดร้อนวุ่นวาย อยู่ร่วมกันไม่มีความสามัคคีกัน เกิดแตกแยกจากกันไป ทั้งในอดีตและปัจจุบัน ให้พวกเรา ๆ ท่าน ๆ เห็นกันอยู่ทั่วบ้านเมืองในประเทศต่าง ๆ เกิดขึ้นมาอย่างนี้แล้ว คนเราก็อยู่ร่วมกันยาก เพราะทุกคนไม่มีสติปัญญา ขาดการศึกษาหลักธรรมะคำสอนในการปฏิบัติตนในทางที่ถูกต้อง ถ้าหากคนเราได้พากันศึกษาหาวิชาความรู้ว่าเราจะอยู่ร่วมกันแบบไหนวิธีใด เราจึงจะอยู่ร่วมกันมีความสุขทุกประเทศในโลก เป็นปัญหาการดำเนินชีวิตของคนเราทุกคน ข้าพเจ้าจึงพิจารณามองเห็นว่า เออ คำสั่งสอนทางพระพุทธศาสนา ที่พระพุทธเจ้าตรัสสั่งสอนเอาไว้แล้วนั้น ก็คือสัปปุริสธรรม ๗ อย่างนี้เอง เมื่อเราทุกคนได้ศึกษาเข้าใจดีแล้ว หากเราจะไปในที่ไหนประเทศใดแล้ว เราก็ใช้สติปัญญาวิชชาความรู้ของเรานี้เอง ใช้เข้าสังคมโลก สะดวกสบายไม่มีความขัดข้อง และ ไม่มีการทะเลาะวิวาทกับบุคคลใด เราจะอยู่ร่วมกันสามัคคี มีเมตตาซึ่งกันและกัน มีแต่ความสงบสุขเท่านั้น

คลิ๊กเพื่ออ่านหรือดาวน์โหลด

พระอาจารย์เปลี่ยน ปัญญาปทีโป ประวัติส่วนตัว การจำพรรษา และการออกธุดงค์

หนังสือเล่มนี้รวบรวมประวัติส่วนตัวของพระอาจารย์เปลี่ยน ปัญญาปทีโป รวมถึงการจำพรรษาและการออกธุดงค์ของท่าน ท่านได้กล่าวถึงประสบการณ์ที่ท่านได้เรียนรู้กับครูบาอาจารย์หลายท่าน อาทิเช่น หลวงปู่พรหม หลวงปู่แหวน หลวงปู่ตื้อ หลวงปู่ขาว เป็นต้น "หนังสือเรื่อง "ประวัติส่วนตัว การจำพรรษา และการออกธุดงค์" ของอาตมาเล่มนี้ ได้เคยเล่าให้วารสารเกี่ยวกับพระพุทธศาสนาฉบับหนึ่ง นำไปตีพิมพ์เผยแพร่มาก่อนแล้ว แต่มีรายละเอียดที่ผิดพลาดอยู่บ้าง ไม่อาจจะตามไปแก้ไขให้ถูกต้องได้

  อนึ่ง คณะศรัทธา ญาติโยมและคณะศิษย์ มีจิตศรัทธาพิมพ์ถวายเพื่อเก็บเป็นประวัติที่ถูกต้องของพระธุดงค์กรรมฐานองค์หนึ่ง และเพื่อแจกแก่ผู้ที่สนใจ" ข้อความจากบทคำนำ

คลิ๊กเพื่ออ่านหรือดาวน์โหลด

ประวัติโดยย่อ วัดอรัญญวิเวก บ้านปง

หนังสือเล่มนี้จะเกิดขึ้นได้  กล่าวถึงประวัติความเป็นมาของวัดอรัญญวิเวกโดยย่อ พระอาจารย์เปลี่ยนได้เรียบเรียงเนื้อหาของหนังสือเล่มนี้ ซึ่งบางส่วนท่านก็ได้รับมาจากคำบอกเล่าของครูบาอาจารย์ที่เคยจำพรรษา ณ สถานที่แห่งนี้

คลิ๊กเพื่ออ่านหรือดาวน์โหลด

การถวายสิ่งของแด่พระภิกษุสงฆ์ที่ญาติโยมควรปฏิบัติ

หนังสือเล่มนี้จัดทำขึ้นเพื่อเป็นคู่มือของอุบาสกอุบาสิกาชาวพุทธศาสนิกชนผู้มีจิตศรัทธาทั้งหลายได้อ่านและทำความเข้าใจ ในการทำบุญทำกุศลให้ถูกต้องตามหลักพระพุทธศาสนาการทำบุญทำกุศลที่ถูกต้องตามหลักพระพุทธศาสนานั้น ผู้มีจิตศรัทธาทั้งหลายควรจะรู้กาลเทศะว่าสิ่งของใดที่ควรนำมาบริจาคทานการกุศลและสิ่งของใดควรถวายเวลาไหน เหตุฉะนั้นชาวพุทธบริษัททั้งหลายที่ียังไม่ได้ศึกษาเรื่องการทำบุญทำกุศลตามหลักพระพุทธศาสนามักจะ เกิดความศรัทธา แต่ยังไม่รู้ว่าควรปฏิบัติตนอย่างไรจึงจะถูกต้องเหมาะสมแก่กาลเทศะภาษาบาลีว่า"กาลัญญุตา" เรียกว่ารู้จักกาลัญญุตา คำว่า"กาลัญญุตา"นี้เป็นคำของนักปราชญ์หมายถึงคนฉลาด

คลิ๊กเพื่อฟังเทศน์หรือดาวน์โหลดเรื่องการถวายของแก่พระภิกษุสงฆ์ที่ญาติโยมควรประพฤติปฏิบัติ(ตอนที่1)

คลิ๊กเพื่อฟังเทศน์หรือดาวน์โหลดเรื่องการถวายของแก่พระภิกษุสงฆ์ที่ญาติโยมควรประพฤติปฏิบัติ(ตอนที่2)

คลิ๊กเพื่ออ่านหรือดาวน์โหลด

ตายแล้วไปไหน

หนังสือเล่มนี้ จะเกิดเป็นรูปเล่มได้นั้น เพราะเหตุว่าได้มีศรัทธาญาติโยมทั้งหลาย ไปกราบไหว้สนทนาธรรมกับข้าพเจ้ากันมาก ในเรื่องราวชีวิตคนเราทุกคนที่เกิดมา ความเป็นมาเกี่ยวกับคำสอนทางพระพุทธศาสนา สั่งสอนว่าอย่างไร คนเราที่เกิดมาเป็นมนุษย์แล้ว ทำไมจึงเป็นต่าง ๆ กัน ไม่ว่าคนเราจะเกิดมาอยู่บ้านใด เมืองใด ประเทศไหนก็ตาม ที่พวกเราไปมาหาสู่กัน ทั้งอดีตที่ผ่านมาแล้ว และในปัจจุบันนี้ จนไปถึงในอนาคตต่อไปอีกนั้น จะเป็นไปกันอย่างไร คณะศรัทธาทั้งหลายก็เข้ามาไต่ถามข้าพเจ้ากันมากมาหลายปีแล้ว

ข้าพเจ้าก็เลยคิดว่า ควรจะจัดพิมพ์หนังสือเล่มนี้ให้ป็นรูปเล่ม เพื่อจะได้นำไปศึกษาในเรื่องราวของคนที่เกิดมา เมื่อเราตายไปแล้วจะไปที่ไหนกัน จะไปเกิดเป็นอะไรอีก หรือจะไม่เกิดอีก อันนี้เป็นข้อสงสัยของญาติโยมทั้งหลายนี้เอง -

ก็พราะเหตุนี้แล จึงให้มีศรัทธาเจ้าภาพ คณะศิษยานุศิษย์ ร่วมกันบริจาคปัจจัย จัดพิมพ์หนังสือเล่มนี้ให้สำเร็จ และข้าพเจ้าคิดว่า บุคคลใดได้อ่านดูแล้ว ก้คงจะเข้าใจได้บ้างเล็กๆ น้อยๆ ตามกำล้งสติปัญญาของตนเอง "  ข้อความจากบทคำนำของหนังสือ

คลิ๊กเพื่ออ่านหรือดาวน์โหลด

มรณานุสติ

หนังสือเรื่อง "มรณานุสติ" เล่มนี้ได้จัดพิมพ์ขึ้นสำหรับบุคคลผู้ใฝ่ใจในการปฏิบัติ ซึ่งจะมีค่าสูงสุดหากบุคคลนั้นได้เจริญ "มรณานุสติ" ชื่อว่าเป็นผู้ไม่ประมาทในชีวิต คิดจะทำกิจอันใดเช่น จะทำบุญกุศลก็รีบทำบุญ จะรักษาศีลก็รีบรักษาศีล จะเจริญภาวนาก็รีบตั้งใจภาวนาเพื่อให้จิตใจของตนสงบ จะได้ไม่ตายไปก่อนที่จะได้สร้างคุณงามความดี หากบุคคลใดได้เจริญมรณานุสติ เวลาทำสมาธิ จิตใจจะไม่ฟุ้งซ่าน สงบได้เร็วเพราะได้ระลึกถึงความตายบ่อยๆ ตามคำสอนของพระพุทธเจ้า ก็จะทำให้บุคคลนั้นได้สร้างคุณงามความดีได้มากตามกำลังความสามารถของตน จึงจะเป็นผลเป็นประโยชน์ แก่ชีวิตของบุคคลนั้นที่ได้เกิดมาเป็นมนุษย์

คลิ๊กเพื่อฟังเทศน์หรือดาวน์โหลดการระลึกถึงมรณานุสติเพื่อเตือนใจไม่ให้ประมาท

คลิ๊กเพื่ออ่านหรือดาวน์โหลด

เมตตาธรรมค้ำจุนโลก

หนังสือเรื่อง "เมตตาธรรมค้ำจุนโลก" เล่มนี้ได้จัดพิมพ์ขึ้นสำหรับบุคคลได้นำข้อธรรมไปพิจารณาให้แยบคาย และเข้าใจการประพฤติปฏิบัติ เพื่อฝึกหัดและปรับปรุงตนเองให้เข้าอยู่กับสภาวะโลก ซึ่งจะทำให้มีความผาสุกเกิดขึ้นแก่ตนและบุคคลอื่นด้วย ข้อธรรมนี้องค์สมเด็จพระผู้มีพระภาคเจ้าได้ชี้แจงแสดงไว้ในพรหมวิหารสี่ ซึ่งเป็นข้อหนึ่งในธรรมกรรมฐานทั้ง ๔ ข้อ และมีบางท่านได้น้อมนำไปฝึกฝนตนแล้ว ก็ได้รับซึ่งความสุขความสงบ ทำให้จิตใจเป็นสมาธิหนักแน่นมั่นคงได้

 

คลิ๊กเพื่อฟังเทศน์หรือดาวน์โหลดการฝึกฝนอบรมเมตตาบารมี

คลิ๊กเพื่ออ่านหรือดาวน์โหลด

ขันติ - ความอดทน

การที่คนเราพิจารณากันให้เข้าใจ มีความตั้งใจขวนขวายหาคุณงามความดี องค์สมเด็จสัมมาสัมพุทธเจ้า อยากให้พวกเราทั้งหลาย เป็นผู้มีขันติ ความอดทน อดกลั้น ทนทาน เป็นตบะของนักปฏิบัติธรรม อันจะได้บรรลุผลคุณงามความดี ที่เราต้องการให้เกิดให้มีขึ้นแก่ตนเองได้ เหตุฉะนั้น พวกเราท่านทั้งหลายจึงต้องมีความพากเพียรศึกษา ในรายละเอียดของการประพฤติปฏิบัติ ให้ฝึกฝนตน เป็นผู้ซึ่งมีขันติความอดทนแล้ว ผลก็จะออกมาเป็นประโยชน์ยิ่งใหญ่ไพศาล จนสามารถทำให้บุคคลนั้น บรรลุมรรคผลจนเข้าสู่พระนิพพานได้ในที่สุด

คลิ๊กเพื่อฟังหรือดาวน์โหลดการฝึกฝนอบรมจิตใจแบบกระทัดรัดอย่างเอาจริงเอาจัง

คลิ๊กเพื่ออ่านหรือดาวน์โหลด

จิตตภาวนา

หนังสือเ่ล่มนี้จะเกิดเป็นรูปเล่มให้สมบูรณ์ได้นั้น ก็เนื่องจากคณะศรัทธาญาติโยม ได้ไปฟังอาตมาเทศน์ที่วัด เกิดความเลื่อมใสศรัทธา และรู้สึกว่าเทศน์กัณฑ์นี้แม้จะเป็นการเทศน์เพียงย่อๆ แต่เนื้อหาอธิบายให้เข้าใจได้ดีในการนำเอาไปปฏิบัติภาวนา สำหรับบุคคลผู้สนใจในการปฏิบัติและเริ่ิมต้นฝึกฝนอบรมจิตใจของตนให้สงบเป็นสมาธิ

เนื้อหาภายในหนังสือกล่าวถึงวิธีการปฏิบัติสมาธิภาวนาอย่างเรียบง่าย รวมไปถึงวิธีการเดินจงกรม นอกจากนี้ท่านยังกล่าวถึงวิธีทำความเพียรตามทางสายกลาง

คลิ๊กเพื่อฟังหรือดาวน์โหลดการฝึกฝนอบรมสมาธิเบื้องต้นอย่างละเอียด

คลิ๊กเพื่ออ่านหรือดาวน์โหลด

ทางปฎิบัติไปสู่ความสงบ

เนื่องด้วยที่ข้าพเจ้าจะได้แต่งหนังสือเล่มนี้ขึ้นนั้น ด้วยได้มีพุทธบริษัทอุบาสก อุบาสิกา และศรัทธาผู้ใจบุญทั้งหลาย ที่ได้เดินทางจากต่าจังหวัดทั้งใกล้และไกล ได้ไปสนทนาธรรมข้อปฏิบัติ ทำสมาธิภาวนาหาความสงบสุขกับข้าพเจ้าและ ส่วนมากก็พากันถามหาแต่หนังสือกันทุกคนว่าท่านได้แต่งหนังสือการปฏิบัติธรรมภาวนาไว้ไหม ถ้ามีก็ขอสักเล่มบ้าง ถามข้าพเจ้าเกือบทุกคนที่ได้ไปสนทนาธรรม เมื่อไม่มีหนังสือให้ ทุกคนก็บอกว่า ท่านควรแต่งหนังสือธรรมข้อปฏิบัติไว้เพื่อจะได้แจกศรัทธาที่ไปมาหาท่าน เมื่อบุคคลใดสนใจในการปฏิบัติธรรมเจริญภาวนามาหา ก็จะได้แจกหนังสือให้ก็จะดีมาก ทุกคนก็พูดเสียงเดียวกันหมด ฉะนั้น เมื่อได้มีพุทธบริษัททั้งหลายมีความสนใจในการเจริญภาวนาหาความสงบมากขึ้น มารบกวนข้าพเจ้าหลายคร้งหลายคราว จึงเป็นเหตุให้ข้าพเจ้าได้แต่งหนังสือเล่มนี้ขึ้นตามกำลังปัญญาของตนเอง หากเป็นการอธิบายธรรมแบบป่า ๆ เพื่อสนองเจตนาของพุทธบริษัททั้งหลาย ที่ต้องการกันมานานแล้ว

คลิ๊กเพื่อฟังหรือดาวน์โหลดอุบายวิธีทำให้จิตสงบเป็นสมาธิ  

ทางปฎิบัติไปสู่ความสว่าง

เนื่องด้วยที่ข้าพเจ้าจะได้แต่งหนังสือเล่มนี้ขึ้นนั้น ก็เพราะเหตุว่าได้มีีพุทธบริษัททั้งหลาย ได้ไปมาหาสู่ข้าพเจ้า ทั้งทางใกล้และทางไกล และทุกคนก็มีความสนใจในชีวิตการเป็นอยู่ของตนเอง ว่าอยู่ในโลกนี้มีความทุกข์ ไม่มีความสุข แล้วทำอย่างไรจึงจะมีความสุข ทุกคนที่สนทนาไต่ถามข้าพเจ้า ให้แนะนำหนทางปฏิบัติตนเองเพื่อจะได้นำไปปฏิบัติให้ได้รับความสุขบ้าง เมื่อได้มีพุทธบริษัทสนใจมากขึ้น มารบกวนถามสนทนากับข้าพเจ้าบ่อย ๆ ในเรื่องศีลธรรมนี้ ข้าพเจ้าจึงมาพิจารณาดูว่า เทศนาให้ฟัง แล้วอัดเทปไปฟังที่บ้านของตนเองดีกว่า เมื่อได้ฟังเทปแล้ว ก็ยิ่งสนใจมากขึ้น ก็เลยมีศรัทธาผู้ใจบุญเกิดขึ้น อยากจะพิมพ์เป็นรูปเล่มหนังสือจารึกไว้ดีกว่า เมื่อศรัทธาญาติโยมผู้สนใจในศีลธรรมไปมาหาสู่ ฏ้จะได้แจกจ่ายให้เป็นธรรมทาน เพื่อได้นำไปปฏิบัติตามกำลังของตน ก็จะมีประโยชน์ได้รับความสุขบ้างตามสมควรที่ปฏิบัติได้ เหตุฉะนั้น ข้าพเจ้าจึงได้เยนหนังสือเล่มนี้ขึ้นตามกำลังปัญญาแบบความรู้ป่า ๆ ที่เขียนได้ เพื่อสนองเจตนาของพุทธบริษัททั้งหลาย แต่หนังสือเล่มนี้ได้เขียนเป็น ๓ ตอน ตอนต้นสำหรับบุคคลทั่วไป ตอนกลางสำหรับผู้สนใจทำความสงบ ตอนปลายสำหรับผู้จิตสงบแล้ว พิจารณาธรรมะด้านปัญญา

กิเลส

หนังสือรวมเทศน์ เรื่องกิเลสชุดนี้ เป็นเทคนิคการปฏิบัติธรรมขั้นสูง ที่ผู้ปฏิบัติธรรมจะนำมาใช้เป็นแนวทางในการพิจารณาธรรมได้ นอกจากนั้นจะทำให้รู้จักธรรมชาติ และความเป็นไปของกิเลสที่มีอยู่ในจิตใจของมนุษย์ทุกผู้ทุกนาม ซึ่งมีอิทธิพลมากกับร่างกาย และความเป็นอยู่ในชีวิตของแต่ละบุคคล

ความโกรธ

หนังสือเล่มนี้เกิดขึ้นเพราะญาติโยมพุทธบริษัททั้งหลาย ได้ฟังพระธรรมเทศนาแสดงเรื่อง "ความโกรธ" แล้วเกิดความเลื่อมใสศรัทธาอยากจะทำเป็นรูปเล่มหนังสือ เพื่อประโยชน์แก่ท่านผู้สนใจในการปฏิบัติละความโกรธที่เกิดขึ้นแก่ตนเอง

หวังว่าหนังสือเล่มนี้คงจะเป็นประโยชน์ แก่ท่านทั้งหลายผู้ได้อ่านหนังสือเล่มนี้แล้ว ถ้าหากขาดตกบกพร่องเนื้อหาของธรรมตอนใดตอนหนึ่ง ก็ขอให้นักปราชญ์ผู้มีปัญญา โปรดให้อภัยและแนะนำตักเตือนข้าพเจ้าด้วย

มรรค ๘ ขันธ์ ๕ ไตรลักษณ์

หนังสือเรื่อง "มรรค ๘ ขันธ์ ๕ และไตรลักษณ์" นี้ ได้รวบรวมมาจากเทศน์ที่อาตมาได้บรรยายให้ภิกษุ สามเณร อุบาสก อุบาสิกา และคณะศรัทธา ญาติโยมฟังโอกาสต่าง ๆ ทั้งที่กรุงเทพฯ และที่วัดอรัญญวิเวก เชียงใหม่ี เพื่อเป็นแนวทางในการปฏิบัติอบรมจิตใจในขั้นสูงขึ้น คือปฏิบัติในทางแห่งสมาธิกับปัญญาประกอบกัน เมื่อมีสมาธิเกิดขึ้นแล้วก็ใช้ติสัมปชัญญะเพ่งพินิจพิจารณาไปตามหลักธรรมที่่พระพุทธเจ้าทรงสั่งสอนอยู่เนืองๆ ก็จะเป็นวิธีปฏิบัติอบรมวิปัสสนาปัญญาตามที่ต้องการได้

คลิ๊กเพื่อฟังหรือดาวน์โหลดทุกสิ่งทุกอย่างตกลงสู่ไตรลักษณ์ิ

มองดูตนเอง

เมื่อคนเราเกิดมาแล้ว ไปอยู่ร่วมกัน ทำการงานร่วมกัน พูดจากันในเรื่องราวต่าง ๆประชุมหารือกัน ความคิดเห็นขึ้นมาก็ต่าง ๆ กันบางบุคคล บางหมู่บางคณะก็คิดถูกบ้าง บางบุคคลบางหมู่บางคณะก็คิดผิดบ้าง ก็เป็นธรรมดา แม้การเคารพนับถือกราบไหว้บูชานั้น ก็พากันเคารพนับถือบูชาต่าง ๆ กันอีกด้วย หากเป็นเช่นนี้แล้ว เมื่ออยู่ร่วมกันทำกิจการงานด้วยกันตมห้าที่ต่าง ๆ ก็ไม่รู้ฐานะวิชาความรู้และอุปนิสัยซึ่งกันและกัน ก็ต้องขัดข้องผิดเถียงโต้แย้งกัน แตกสามัคคีกันไปคนละทิศทางเข้าหากันอีกไม่ได้ ก็เกิดเป็นเรื่องราวใหญ่โตจนรบราฆ่าฟันกันถึงตายก็มี ก็เพราะเหตุอะไร เพราะเหตุว่า คนเราขาดสติปัญญาไม่รู้ฐานะระดับวิชาความรู้ของตนเอง

คลิ๊กเพื่อฟังเทศน์หรือดาวน์โหลดเรื่องนักปฏิบัติพึงเห็นตนเองเพื่อจะได้แก้ไขตนให้ถูกต้อง

สติ-สัมปชัญญะ

หนังสือเล่มนี้จะทำให้เกิดมีขึ้นเป็นรูปเล่มได้นั้น ก็เพราะว่าอาตมาได้พิจารณาดูสถานการณ์ความเป็นอยู่ของคนเราทั่วไปนั้น ส่วนมากแล้ว ทุกๆ คนก็มีความต้องการมีความปลอดภัย และอยู่มีแต่ความสุุข แม้การกระทำการงานต่างๆ ก็ดี ก็ต้องการความสำเร็จเรียบร้อยดี ตามความปรารถนา การพูดคุยสนทนากันในเรื่องราวอะไร ก็ต้องการให้สำเร็จผลดีมีประโยชน์ และความนึกคิดอ่านในเรื่องราวอะไรต่างๆ นั้นก็ดี ก็มีความประสงค์ปรารถนา อยากให้คิดไปในทิศทางที่ดี และเป็นเหตุผลทำให้เกิดประโยชน์ทั้งส่วนตน และส่วนรวม อันจะนำความสุขความเจริญก้าวหน้า พาให้เกิดความสงบสุข แก่ตนเองและบุคคลอื่นๆ ทั่วโลก เหตุฉะนั้นแล อาตมาจึงพิจารณาดูแล้วว่า เราควรพากันศึกษาหาความรู้จากคำสั่งสอนทางพระพุทธศาสนา ที่พระผู้มีพระภาคเจ้าได้ตรัสสอนเอาไว้ว่า บุคคลใดทั้งหญิง-ชายก็ตาม หากมีความปรารถนาความสำเร็จและความสุขสงบนั้น ต้องพากันฝึกหัดปฏิบัติตนของตนเองให้เป็นผู้มีสติ สัมปชัญญะ คือความระลึกได้ และรู้ได้เท่าทันกับความเคลื่อนไหวในอริยาบททั้ง ๔ คือยืน เดิน นั่ง นอน และการกระทำกิจการงานทุกอย่าง หรือการพูดการคิดของตนเอง มีการควบคุมดูแลให้ดำเนินไปในทางที่ถูกต้องไม่มีความเสียหายเกิดขึ้น จะทำให้เกิดมีแต่ผลดี มีประโยชน์ถึงความสำเร็จ ตามความปรารถนาของตนเองและส่วนรวมทั่วไป

สติปัฏฐานสี่

หนังสือเล่มนี้จะเกิดขึ้นเป็นรูปเล่มได้ ก็เพราะมีคณะศรัทธาผู้ใฝ่ใจในธรรมทั้งหลาย เมื่อไปพบข้าพเจ้าที่วัด และมีการสนทนาเรื่องการปฏิบัติจิตใจให้มีความสงบ เหตุฉะนั้น จึงเป็นเรื่องจำเป็นที่เราจะศึกษาปฏิบัติ เพื่อให้เกิดความสงบ เพราะเป็นสิ่งจำเป็นที่คนเราทุกคนต้องปฏิบัติ เมื่อเราฝึกอบรมจิตใจสงบแล้ว จะได้พิจารณาแก้ไขสิ่งที่จิตใจหลงนึดมั่นอยู่ในกาย ออกจากความยึดมั่นถือมั่นจึงได้จัดทำ อธิบายหนังสือเล่มนี้ เรื่องสติปัฏฐานสี่ เพื่อผู้อ่านจะได้นำไปปฏิบัติแก้ไขจิตใจตามกำลังสติปัญญาของตน เพื่อผ่อนคลายความทุกข์ในทุกๆด้าน

คลิ๊กเพื่อฟังหรือดาวน์โหลดการพิจารณาสติปัฎฐานสี่อย่างละเอียดธรรมสูงสุดของพุทธศาสนา

ไม่รู้จักความพอดี มีความทุกข์ รูจักความพอดี มีความสุข

เนื่องจากคณะศรัทธาญาติโยมได้มาปรึกษา้ข้อธรรมะต่างๆ และถามปัญหาเกี่ยวกับความทุกข์ความเดือดร้อนในด้านต่างๆที่เกิดขึ้นแก่ตนอยู่เสมอ ถึงแม้ญาติโยมจะมีอาชีพต่างๆ ก็ตาม หรือศึกษาในทางพระำพุทธศาสนานั้นก็ดี แต่ก็ยังมีความขัดข้องไม่เข้าใจในสาเหตุที่นำความทุกข์มาให้ญาติโยมนั้น สาเหตุประการหนึ่งของความทุกข์ของญาติโยมคือ การไม่รู้จักประมาณในความพอดีของตนเองให้เหมาะสมในการประพฤติปฏิบัติในกิจการนั้นๆ จึงมีความทุกข์เกิดขึ้นแก่ตนเอง เหตุฉะนั้น จึงได้จัดทำหนังสือเล่มนี้ขึ้นเพื่อประโยชน์ในทางแก้ไขความทุกข์ที่เกิดขึ้นนั้นให้หมดไปจากตน และหาทางปฏิบัติให้มีความสุขเกิดขึ้นแก่ตนเอง

ทำบุญอย่างไรจึงได้บุญมาก

หนังสือเล่มนี้เกิึ้้ดขึ้นเพราะได้สังเกตเห็นจากการที่ญาติโยมไปทำบุญกับพระตามวัดหรือตามสำนักสงฆ์ต่างๆ แต่ยังไม่เข้าใจในการทำบุญบริจาคทานอย่างถูกต้อง เพราะเหตุฉะนั้นจึงได้เขียนหนังสือเล่มนี้ขึ้น เพื่อช่วยให้พุทธบริษัททั้งหลาย ได้มีจิตศรัทธาเข้าใจในการทำความดี ทำบุญบริจาคทานและการประพฤติปฏิบัติให้ถูกต้องตามหลักพุทธศาสนา

คลิ๊กเพื่อฟังหรือดาวน์โหลดบุญย่อมเป็นที่พึ่งอาศัยของสัตว์โลกไปในโลกหน้าได

 

กรรมสนองกรรม

สัตว์โลกทั้งหลายที่เกิดขึ้นมานี้ ย่อมเป็นไปตามกรรมที่ตนเองกระทำไว้แล้วอย่างไร ก็ต้องได้รับผลของกรรมที่ตนเองได้กระทำไว้แล้วเช่นนั้น ถ้าหากว่าบุคคลใด ได้รับความทุกข์เกิดขึ้นแก่ตนเองแล้ว อย่างใดอย่างหนึ่งด้วยทางกายก็ดี ทางวาจา และทางใจก็ดี เราทุกคนก็ไม่ต้องเดือดร้อนวุ่นวายอะไรนะ เราก็มาพากันพิจารณาว่าเป็นกรรมของตนเอง กระทำไว้มันติดตามเรามาให้ผลเช่นนี้แก่เรานั้น เราทุกคนก็ต้องยอมรับกรรมที่ตนเองกระทำไว้ หากเราทุกคนได้มาระลึกดูเห็นว่า เราคงได้กระทำกรรมด้วยกาย วาจา ใจอย่างนี้แล กรรมเวรมันจึงนำทุกข์มาตอบสนองให้แก่เราเอง ถ้าหากว่าเรามาเข้าใจเช่นนี้ เป็นเพราะเหตุว่าเรากระทำกรรมชั่วนี้แหละ เราจึงได้รับแต่ความทุกข์อยู่ในปัจจุบันนี้เป็นผล เราทุกคนก็มาละเว้นจากการกระทำกรรมเช่นนั้นเสีย ไม่กระทำต่อไปอีก หากเรากระทำกรรมอันใดด้วยกาย วาจา ใจ ของเราแล้วนำแต่ความสุข ความเจริญมาให้แก่ตนเอง และบุคคลอื่นทั้งหลายแลสัตว์อื่นด้วยนั้นเราทุกๆ คน ก็ควรพากันพยายามขวนขวายหมั่นกระทำแต่กรรมนั้นให้เกิดให้มีขึ้นแก่ตนเอง และบุคคลอื่นและสัตว์อื่นให้มากขึ้นไปอีก ผลที่จะได้รับนั้นก็คือจะได้รับแต่ ความสุขความเจริญมาสู่ปวงชนทั้งโลก

อภัยทาน

หนังสือเล่มนี้ มีความมุ่งหมายปรารถนา ให้พวกเราที่เกิดขึ้นมาเป็นเพื่อนมนุษย์อยู่ร่วมกันในสังคมมีความผาสุก จึงได้บรรจุเนื้อหาธรรมะ ที่ควรนำไปฝึกหัดปฏิบัติและปรับปรุงตนเอง เพื่อให้อยู่ในสังคมร่วมกันเป็นหมู่คณะอย่างมีความสุข เมื่อเวลาประสบอารมณ์กระทบกระเทือนต่อกันขึ้นในหน่วยงานต่าง ๆ ในกระทรวง ทบวงกรม หรือในสังคมทั่วไป จะได้นำธรรมะไปแก้ไขจิตใจของตนให้ได้มีการยับยั้งชั่งใจ ให้อภัยต่อเพื่อนมนุษย์และสัตว์ทั้งหลาย

ถาม-ตอบปัญหาธรรมะ

หนังสือเล่มนี้รวบรวมคำถามธรรมะ ที่ญาติโยมได้กราบเรียนถามพระอาจารย์เปลี่ยนระหว่างวันที่ ๒๖ - ๒๘ พฤษภาคม ๒๕๔๐ ตัวอย่างคำถามที่มีในหนังสือเล่มนี้ ได้แก่ ถ้าโกหกเพื่อทำให้คนอื่นสบายใจจะผิดศีลหรือไม่ อุปสรรคที่สำคัญที่สุดในการปฏิบัติธรรมคืออะไร การมีคู่ครองเป็นอุปสรรคในการปฏิบัติธรรมอย่างไร ทำสมาธิแล้วมีอาการปวดหัวจะแก้อย่างไร นึกคิดด้วยจิตต่างจากนึกคิดด้วยสมองอย่างไร ถ้าเราทำความดี ประพฤติตนดีในสังคม แต่ไม่เคยเข้าวัดหรือตักบาตร จะได้บุญหรือไม่ แตกต่างกันอย่างไร การทำบุญโดยการสร้างโบสถ์และวิหารมีบุญมากจริงหรือไม่ อย่างไร นรกสวรรค์มีจริงหรือไม่ ตายแล้วไปไหน ควรทำอย่างไรเมื่อเกิดความอิจฉาริษยา ปัญญาต้องเป็นปัจจุบัน ไม่ใช้้สัญญาในอดีต หมายความว่าอย่างไร นักปฏิบัติจะรู้ได้อย่างไรว่า ตนมีปัญญาทางธรรมถึงขั้นไหนแล้ว ถ้าหากเราต้องการให้ผลของการปฏิบัติธรรมก้าวหน้ายิ่งขึ้น เราต้องมีการปฏิบัติตนอย่างไร

คลิ๊กเพื่อฟังหรือดาวน์โหลดฝันเห็นคนตายคนที่เป็นญาติจะควรทำอย่างไรดี?

คลิ๊กเพื่อฟังหรือดาวน์โหลดการสนทนาธรรมการพิจารณาดูรูปร่างกายแบบอนัตตลักขณะสูตร